ข้อมูลท่องเที่ยวตุรกี

ตุรกี (อังกฤษ: Turkey; ตุรกี: Türkiye) หรือชื่อทางการว่า สาธารณรัฐตุรกี (อังกฤษ: Republic of Turkey; ตุรกี:Türkiye Cumhuriyeti) เป็นประเทศที่มีดินแดนทั้งในบริเวณเทรซบนคาบสมุทรบอลข่านในทวีปยุโรปใต้ และคาบสมุทรอานาโตเลียในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ตุรกีมีพรมแดนทางด้านทิศตะวันออกติดกับประเทศจอร์เจีย อาร์เมเนีย อาเซอร์ไบจานและอิหร่าน มีพรมแดนทางด้านทิศใต้ติดกับอิรัก ซีเรีย และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ส่วนทางทิศตะวันตกติดกับกรีซ บัลแกเรียและทะเลอีเจียน ทางเหนือติดกับทะเลดำ ส่วนที่แยกอานาโตเลียและเทรซออกจากกันคือทะเลมาร์มาราและช่องแคบตุรกี(ได้แก่ช่องแคบบอสฟอรัสและช่องแคบดาร์ดะเนลส์) ซึ่งมักถือเป็นพรมแดนระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป จึงทำให้ตุรกีเป็นประเทศที่มีดินแดนอยู่ในหลายทวีป


สถานที่ท่องเที่ยวตุรกี
HOUSE OF VERGIN MARY บ้านของพระแม่มารีซึ่งเชื่อกันว่าเป็นที่สุดท้ายที่พระแม่มารีมาอาศัยและสิ้นพระชนม์ในบ้านหลังนี้


เมืองเอฟฟิซุส (CITY OF EPHESUS) เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีที่สุดเมืองหนึ่ง เคย เป็นที่อยู่ของชาวโยนก (IONIA) จากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลัก สร้างเมืองขึ้นที่นี่เมื่อประมาณ 1,000 ปีก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราชภายหลังเมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ ได้สถาปนา “เอฟฟิซุส” ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน
ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ (ROMAN BATH) ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้, ชมบ้านเศรษฐีในสมัยก่อนที่ประดับตกแต่งด้วยกระเบื้อง หลากสีปูพื้นอย่างสวยงาม, ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวาน และฝีมือปราณีต


โบสถ์นักบุญเซนต์ จอห์น (BACILIC OF ST.JOHN) สาวกของพระเยซูคริสต์ที่ออกเดินทางเผยแพร่ ศาสนาไปทั่วดินแดนอนาโตเลียหรือประเทศตุรกีในปัจจุบัน


เมืองปามุคคาเล่ (PAMUKKALE) เมืองที่มีน้ำพุเกลือแร่ร้อนไหลทะลุขึ้นมาจากใต้ดิน ผ่านซากปรักหักพัง ของเมืองเก่าแก่สมัยกรีก ก่อนที่จะไหลลงสู่หน้าผา ผลจากการ ไหลของน้ำพุเกลือแร่ร้อนนี้ได้ก่อให้เกิดทัศนียภาพของน้ำตกสีขาวเป็นชั้นๆ หลายชั้น และผลจาการแข็งตัวของแคลเซียมทำให้เกิดเป็นแก่งหินสีขาวราวหิมะขวางทางน้ำเป็น ทางยาวซึ่งมีความงดงามมาก
ปราสาทปุยฝ้าย (ปามุคคาเล่) เมืองแห่งน้ำพุเกลือแร่ร้อน ที่ซึ่งในอดีตกาลชาวโรมันเชื่อว่าน้ำพุร้อนดังกล่าวสามารถรักษาโรคได้ จึงได้สร้างเมืองฮีเยราโพลิสล้อมรอบ ท่านจะ ได้สัมผัสเมืองโบราณอีกแห่งซึ่งสร้างขึ้นในสมัยโรมัน


พิพิธภัณฑ์เมฟลานา (MEVLANA MUSEUM) หรือสำนักลมวน เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดยเมฟลา นา เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนา อิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม โดยมีพื้นฐานอยู่บนความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน



เมืองคัปปาโดเกีย ซึ่งได้รับการประกาศจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก ขึ้นชมดินแดนที่มี๓ูมิประเทศอันน่าอัศจรรย์ซึ่งเกิดจากลาวาภูเขาไฟที่ไหลออกมาปกคลุมพื้นที่ เมื่อวันเวลาผ่านไป พายุ ลม ฝน


นครใต้ดิน (UNDERGROUND CITY OF DERINKUYU OR KAYMAKLI) ซึ่งเป็นที่หลบซ่อนจากการ รุกรานของข้าศึกพร้อมทั้งยังมีระบบระบายอากาศและสภาพวิถี ชีวิตความเป็นอยู่ใต้ดินพร้อมสรรพ


พระราชวังทอปกาปึ (TOPKAPI PALACE) ซึ่งในอดีตเคยเป็นที่ประทับของสุลต่านแห่งราชวงศ์ออตโตมัน พร้อมทั้งเข้าชมฮาเร็มเขตหวงห้าม ซึ่งในอดีตกาลใช้เป็นที่อยู่ ของนางใน ปัจจุบันพระราชวังทอปกาปึกลายเป็นพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติที่ใช้เก็บมหาสมบัติอันล้ำค่า อาทิเช่น เพชร 96 กะรัต กริชทองประดับมรกต เครื่องลายครามจากจีน หยก มรกต ทับทิม และเครื่องทรงของสุลต่าน ฯลฯ


“ฮิปโปโดม” (HIPPODOME) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต ชมสุเหร่าสีน้ำเงิน (BLUE MOSQUE) โบสถ์เซนต์โซเฟีย (ST.SOPHIA) ซึ่งเป็นศิลปะแบบไบเซนไทม์
อ่างเก็บน้ำใต้ดิน “เยเรบาตัน” ซึ่งเป็นที่กักเก็บน้ำจืดเอาไว้ใช้ในยามศึกสงคราม



พระราชวังโดลมาบาชเช่ (DOLMABAHCE PALACE) อันเป็นพระราชวังที่สะท้อนให้เห็นถึงความเจริญอย่างสูงสุดทั้งทางวัฒนธรรมและทางวัตถุของจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งได้แผ่ขยายอำนาจออกไปอย่างกว้างขวาง มีศักยภาพทางการทหารทั้งทัพบกและทัพเรืออันเป็นที่ครั่นครามไปทั่วทุกทวีป ตั้งแต่ตอนเหนือของทวีปอัฟริกา ตอนใต้ของอิตาลี และทางด้านยุโรปตะวันออกจรดกรุงเวียนนา
พระราชวังแห่งนี้สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมอซิท ในปี ค.ศ. 1843 ใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้น 12 ปี เพราะความที่สุลต่านทรงเป็นคลั่งไคล้ยุโรปอย่างสุดขอบ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็น ศิลปะ วัฒนธรรม การดำรงชีวิต ตลอดจนการทหาร ล้วนคัดลอก มาจากตะวันตกทั้งสิ้น รวมทั้งพระราชวังแห่งนี้ ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกคู่ใจชาวอาเมเนี่ยน ชื่อ บัลยัน เป็น ศิลปะผสมผสานของยุโรปและตะวันออกที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงาม และไม่คำนึงถึงความสิ้นเปลืองใดๆ ทั้งสิ้น


ช่องแคบบอสฟอรัส ซึ่งเป็นช่องแคบที่เชื่อมทะเลดำ (THE BLACK SEA) เข้ากับทะเลมาร์มาร่า (SEA OF MARMARA) ความยาวทั้งสิ้นประมาณ 32 กิโลเมตร ความ กว้างตั้งแต่ 500 เมตร จนถึง 3 กิโลเมตร ถือว่าสุดขอบของทวีปยุโรปและสุดขอบของทวีปเอเชียมาพบกันที่นี่ นอกจากความสวยงามแล้ว ช่องแคบบอสฟอรัสยังเป็นจุด ยุทธศาสตร์ที่สำคัญยิ่งในการป้องกันประเทศตุรกีอีกด้วย

 
ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.