ข้อมูลท่องเที่ยวอินเดีย

อินเดีย เป็นประเทศที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานมีพระราชวังโบราณ โบสถ์วิหาร ศาสนสถานต่างๆ ที่มีอายุนับร้อยนับพันปีขึ้นไป กระจายอยู่ทั่วประเทศ นอกจากแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์แล้ว อินเดียยังมีภูมิประเทศหลากหลาย เช่น เทือกเขาหิมาลัยและยอดเขาเอเวอร์เรสต์ ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก ที่นักปืนเขาใฝ่ฝันที่จะได้เป็นผู้พิชิตอินเดียตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรอินเดียที่กว้างใหญ่ไพศาล มีแม่น้ำ สำคัญ ที่มีชื่อเสียง เช่น แม่น้ำคงคา และแม่น้ำยมุนา ในด้านศิลปะดนตรีและการแสดงอินเดียมีชื่อเสียงในเรื่องนาฏลีลาและดุริยางคศิลป์อันเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของราชสำนักที่เคยยิ่งใหญ่และรุ่งเรืองในอดีตในด้านสถาปัตยกรรมวิหารโบราณ พระราชวัง และป้อมปราการได้รับการยกย่องว่างามเป็นเลิศ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ของอินเดียที่จูงใจให้นักท่องเที่ยวมาเยือนเพิ่มขึ้นทุกปี อินเดีนตอนเหนือเป็นเส้นทางท่องเที่ยวสายมหาราชา บ้านเมืองสวยงาม ถนนหนทางสะดวกสบาย หลายเมืองเคยเป็นราชธานีของอินเดียในอดีต เมืองสำคัญคือ กรุงนิวเดลี อัคระ และชัยปุระ หากลากเส้นตรงจากกรุงเดลีไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ก็จะถึงเมืองอัคระ ส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้จะพบเมืองชัยปุระ รูปสามเหลี่ยมที่มีกรุงเดลีอยู่บนยอดนี้ ได้รับการขนานนามว่าสามเหลี่ยมทองคำ (Golden Triangle) เป็นบริเวณที่มีปราสาท วังโบราณ ป้อมปราการ และสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ที่เป็นหัวใจของการท่องเที่ยวอินเดีย อินเดียตะวันตก เป็นที่ตั้งรัฐราชสถาน ดินแดนของมหาราชาและทะเลทรายของอินเดีย แหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญคือเมืองชัยปุระ ราชธานีที่เคยรุ่งเรืองในอดีตของพวกราชปุต


สถานที่ท่องเที่ยวอินเดีย

1. ทัชมาฮาล เป็นสุสานหินอ่อนขนาดใหญ่ที่สวยงามสมบูรณ์ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำยมนา เมืองอักรา ประเทศอินเดีย ทัชมาฮาลสร้างขึ้นมาในคริสต์ศตวรรษที่ 17 เมื่อประมาณ ค.ศ. 1630 - 1652 ใช้เวลาก่อสร้าง 17 ปี ใช้เวลาตกแต่ง 5 ปี รวมเวลาทั้งหมด 22 ปี ใข้งบประมาณก่อสร้างประมาณ 30 ล้านรูปี โดยพระเจ้าชาห์ เจฮัล กษัตริย์แห่งราชวงศ์โมกุล เพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักที่มีต่อพระมเหสีมุมตัส สุสานทัชมาฮาลสร้างด้วยหินอ่อนสีขาวเป็นรูปโดมตามแบบสถาปัตยกรรมเปอร์เซียสูง 61 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมที่มีความกว้างด้านละ 95 เมตรหนา 5 เมตร มีหอคอยยอดแหลมสูง 95 เมตร ตั้งอยู่ที่มุมของฐานประจำ 4 ทิศ ใช้คนงานในการสร้างประมาณ 22,000 คนควบคุมการสร้างโดย อัสตาด ไอซา สถาปนิกในสมัยนั้น


2. กุตุป มีนาร์ (Qubt Minar) หรือ Tower of Victory หอนี้เป็นสัญลักษณ์ของกรุงเดลี หอสูงกุตุป มีนาร์ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1193 โดยสุลต่านองค์แรกของอินเดีย ทรงสร้างขึ้นเพื่อฉลองชัยชนะของชาวมุสลิมบนแผ่นดินอินเดียสุลต่านองค์นี้


3. ราชกัจ (Raj Gat) เป็นสถานที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งในย่านเดลีเก่า “ราชกัจ” เป็นอนุสรณ์สถานที่พักสุดท้ายอันสงบร่มเย็นของท่านมหาตมะ คานธี เรียกว่า Smadhi of Mahatama Gandhi บริเวณที่ฝังศพของท่านมหาตมะ เป็นสนามหญ้ารูปสี่เหลี่ยม แวดล้อมด้วยเนินดินสูงทั้งสี่ด้านมีทางเดินขึ้นเป็นเนินที่ค่อยๆ ลาดสูงขึ้นไป ข้างบนเป็นทางเดินรอบๆ มองลงมาเห็นที่ฝังอังคารของ ท่านมหาตมะ เป็นแท่นหินแกรนิตสี่เหลี่ยมอยู่ตรงกลาง มีทางเข้าไปยังแท่นบูชาสี่ด้าน อยู่ระหว่างทางเดินขึ้นเนิน เมื่อเข้าไปในบริเวณนี้ ทุกคนจะต้องถอดรองเท้าก่อนที่จะเดินเข้าไปคารวะท่านมหาตมะ คานธี บนแท่นหินสีดำที่ข้างล่างบรรจุอังคารของท่านมหาตมะอยู่นั้น จุดประทีปบูชาไว้ตลอดเวลา 1 ดวง บนแท่นหินโรยกลีบดอกไม้หลากสีเป็นมาลาบูชาท่านมหาตมะ คานธี นอกจากสถานที่สำคัญเหล่านี้แล้ว กรุงเดลียังเป็นแหล่งรวมศิลปะดนตรีและการแสดงแขนงต่างๆ ของอินเดีย กับทั้งเป็นที่รวมของภัตตาคารอาหารอร่อยนานาชนิด ทั้งอาหารพื้นเมืองอินเดียและอาหารต่างชาติด้วย


4. พุทธคยา (Bodh Gaya) พุทธคยาอยู่ที่เมืองปัฏนา เมืองหลวงของรัฐพิหาร เป็นสถานที่ตรัสรู้ของ พระพุทธเจ้า 1 ในสังเวชนียสถาน 4 แห่งของพระบรมศาสดาแห่งศาสนาพุทธ (สถานที่ประสูติอยู่ที่ลุมพินีในเนปาลสถานที่ประธานปฐมเทศนาอยู่ที่สารนาถในอินเดียสถานที่ตรัสรู้อยู่ที่พุทธคยาในอินเดีย และสถานที่เสด็จปรินิพพานคือเมืองกุสินารา) วิหารมหาโพธิ์ (Mahabodhi Temple) ที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 6 อยู่ที่เมืองคยา (Gaya) ทางใต้ของเมืองปัฏนา สัญลักษณ์ของพุทธคยาคือต้นศรีมหาโพธิ์ ที่แผ่กิ่งก้านสาขาอยู่หลังองค์เจดีย์ต้นโพธิ์ต้นนี้สืบสายมาจากต้นโพธิ์ที่พระพุทธเจ้าประทับนั้งตรัสรู้ เป็นต้นโพธิ์ที่มีอายุยืนยาวนานมากถึง 2,500 ปี ใกล้กันนั้นมีรอยพระพุทธบาทในพิพิธภัณฑ์ที่พุทธคยามีพระพุทธรูปแกรนิตที่สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9


5 . สาญจี (Sanchi) คือ สถูปที่พระเจ้าอโศกมหาราช กษัตริย์ชาวพุทธผู้ยิ่งใหญ่แห่งอินเดีย ได้สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ 3 ต่อมาในปีค.ศ.1818 พล.ท.เทเลอร์ นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ได้สำรวจเป็นครั้งแรก และได้พบสถูปองค์ ที่ 123 พร้อมกุฏีที่พักสงฆ์เป็นจำนวนมา แต่สถูปได้ถูกทำลายเป็นส่วนมากโดยพวกนักล่าสมบัติ ต่อมาได้รับการบรณปฏิสังขรณ์อีกครั้ง เมื่อปี ค.ศ. 1912-1919

ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.