ข้อมูลท่องเที่ยวสาธารณรัฐเช็ก

ประเทศสาธารณรัฐเช็ก หรือ สาธารณรัฐเช็ก (Czech Republic) (Česká Republika) เป็นประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลในยุโรปกลาง มีอาณาเขตทางเหนือจรดประเทศเยอรมนีและสาธารณรัฐเช็ก ทางตะวันออกจรดสโลวาเกียและฮังการี ทางใต้จรดสโลวีเนียและอิตาลี และทางตะวันตกจรดสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ มีการปกครองแบบประชาธิปไตยแบบมีผู้แทนภายใต้หลักการของรัฐสภา

สาธารณรัฐเช็กประกอบด้วยภูมิภาคที่เก่าแก่สองส่วน คือ โบฮีเมียและโมราเวีย และส่วนหนึ่งของภูมิภาคที่สาม เรียกว่า ไซลีเชีย ประเทศนี้ได้เข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2547
เนื้อที่ : 78,866 ตารางกิโลเมตร ประกอบด้วย 2 แคว้น คือ แคว้นโบฮีเมีย และ แคว้นโมราเวีย
ที่ตั้ง : อยู่ตอนกลางของทวีปยุโรป ไม่มีพื้นที่ติดต่อกับทะเล มีพรมแดน ด้านเหนือติดกับโปแลนด์ ด้านใต้ติดกับออสเตรีย ทิศตะวันออกติดกับสโลวักและทิศตะวันตกติดกับเยอรมนี



แหล่งท่องเที่ยว
กรุงปรากได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดเมืองหนึ่งในโลก มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 1,200,000 คน กรุงปรากเป็นเมืองที่งดงามสถาปัตยกรรมชั้นยอกของทุกยุคสมัย ไม่ว่าจะเป็นโรมาเนสก์ (Romanesque) โกธิก (Gothic) เรอเนสซองส์ (Renaissance) บารอก (Baroque) และอาร์ตนูโว (Art Nouveau) บริเวณที่เป็นเขตเมืองเก่าแก่ที่เป็นที่รวมสุดยอดศิลปกรรมอันเป็นหัวใจของปราก ได้แก่ ย่านปราสาท (Castle District), Little Quarter หรือ Lesser Town ที่อยู่ทางฝั่งซ้ายของแม่น้ำวัลตาวา ย่านเมืองเก่า (Old Town) และจัตุรัสเวนเซสลาส (Wenceslas Square) รวมถึงสะพานชาร์ลส์ (Charles Bridge) ที่มีอายุมากกว่า 600 ปี


ปราสาทปรากเป็นสถานที่สำคัญที่สุดในสาธารณรัฐเชค เป็นเสมือนสัญลักษณ์ของประเทศที่ชาวเชครักและภาคภูมิใจ
ปราสาทปรากเริ่มสร้างในศตวรรษที่ 9 ประกอบด้วยสิ่งก่อสร้าง เช่น พระราชวัง โบสถ์ สวนหย่อม พิพิธภัณฑ์ที่เป็นเสมือนมรดกทางวันฒนธรรมของศิลปะยุคสมัยต่างๆ รวมไว้ด้วยกัน โดยช่วงระยะเวลาหนึ่งที่นี่ได้กลายไปเป็นพระราชวังของราชวงศ์ ปัจจุบันปราสาทปรากได้กลายมาเป็นสถานที่ทำงานของประธานาธิบดี


โบสถ์เซนต์เวนเซสลาสเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิหารเซนต์วิตัส ถือเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะในแบบโกธิก ภายในได้รับการตกแต่งด้วยภาพเฟรสโกและอัญมณีทีค่ากว่า 1,345 ชิ้น นอกจากนี้ยังเป็นที่เก็บพระศพของบรรดากษัตริย์ ในอดีต



 พระราชวังเก่า (Old Royal Palace) เป็นอาคารที่ต่อเนื่องมาจากโบสถ์เซนต์วิตัสสร้างขึ้นเมื่อช่วงศตวรรษที่ 9 เพื่อเป็นที่ประทับของราชวงศ์ โดยภายในแบ่งออกเป็นหลายส่วนและหลายชั้น ที่ไม่ควรพลาดเข้าไปเยี่ยมชมคือบริเวณ Vladislav Hall ที่ก่อสร้างด้วยศิลปะของยุคโกธิกที่มีเพดานเป็นลายดอกไม้และกระจกบานสูงแสนงดงาม
เปิดให้เข้าชมทุกวัน เดือนเมษายน – ตุลาคม เปิดเวลา 09.00 – 17.00 น. และเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิดเวลา 09.00 – 16.00 น.



โบสถ์เซนต์จอร์จและคอนแวนต์ (St. George’s Basilica and Convent) ตัวอาคารเริ่มสร้างขึ้นในปีค.ศ. 920 โดยเจ้าชายวราติสลาฟที่ 1 (Vratislav I) ตัวโบสถ์ด้านนอกเป็นศิลปะสไตล์บารอก แต่ภายในกลับตกแต่งด้วยด้วยสไตล์โรมาเนสก์ที่ให้บรรยากาศเรียบง่ายและไม่ซับซ้อน โบสถ์เซนต์จอร์จ (St. George’s Basilica) แห่งนี้ได้ชื่อว่าเป็นส่วนของปราสาทปรากที่เก่าแก่ที่สุด และเป็นที่ฝังพระศพของกษัตริย์เชค และในส่วนของเซนต์จอร์จคอนแวนต์ นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมผลงานสไตล์บารอกและเป็นส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ (National Gallery in Prague)


 มหาวิหารเซนต์วิตัส (St. Vitus Cathedral) ตั้งอยู่ในย่านปราสาทปราก สร้างในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 14 โดยมีสถาปนิกเอกชาวฝรั่งเศส Matthias of Arras ชาวสเวเบีย (Swabian) เป็นผู้ออกแบบและควบคุมดูแลคนต่อมา มหาวิหารสไตล์โกธิกแห่งนี้นับได้ว่าเป็นมหาวิหารที่มีความประณีตงดงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง นับตั้งแต่ประตูแกะสลักลวดลายตระการตา กระจกสีสเตนกลาสบานสูงที่ประดับรอบวิหารล้วนยิ่งขับให้มหาวิหารแห่งนี้ดูโดดเด่น
เปิดให้ชมฟรีทุกวัน เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 09.00 - 16.00 น. ในวันจันทร์ – เสาร์ และ 12.00 – 16.00 น. ในวันอาทิตย์ ส่วนเดือนมีนาคม – ตุลาคม เปิดเวลา 09.00 – 17.00 น. ในวันจันทร์ – เสาร์ และ 12.00 – 17.00 น. ในวันอาทิตย์



ถนนสายทองคำ หรือโกลเดนเลน (Golden Lane)  ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของปราสาทปราก เป็นถนนสายเล็กๆ ที่ตั้งตามชื่อย่านที่ช่างทำทองเคยอาศัยในวริเวณนี้ช่วงศตวรรษที่ 17 โดยสองข้างทางบนถนนเต็มไปด้วยร้านขายของเล็กๆ สีสันสดใส เริ่มแรกนั้นถนนสายนี้สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พักของทหารรักษาพระราชวังในสมัยพระเจ้ารูดอล์ฟที่ 2 (Rudolf II) จนกระทั่ง 100 ปีถัดมา ช่างทำทองได้ย้ายเข้ามาและเริ่มดัดแปลงเป็นร้านขายของและที่พักอาศัย ในช่วงศตวรรษที่ 19 พื้นที่บริเวณนี้กลายเป็นชุมชมแออัดที่อยู่อาศัยของพวกคนจน และเต็มไปด้วยอาชญากรรม จนช่วงปีค.ศ. 1950 เจ้าของบ้านที่แท้จริงจึงกลับมาบูรณะซ่อมแซมให้กลับสู่สภาพเดิม ร้านค้าบริเวณนี้ส่วนใหญ่เป็นร้านหนังสือ ร้านขายเครื่องแก้วโบฮีเมียน และร้านขายของที่ระลึกต่างๆ


เมืองมรดกโลกของ สาธารณรัฐเชค ( UNESCO Sites) ประเทศสาธารณรัฐเชคเป็นประเทศที่มีสถานที่ทางประวัติศาสตร์มากมาย ผู้คนที่เดินทางมาท่องเที่ยวที่สาธารณรัฐเชคนั้นไม่ใช้เพียงแค่ต้องการมาชื่นชมประสาทที่ถูกสร้างขึ้น โบถส์ หรือ ประวัติการก่อตั้งราชวงศ์ต่างๆ แต่ผู้คนเหล่านั้นต้องการที่จะมาชื่นชมความสวยงามและการออกแบบของสถาปัตยกรรมโดยรวมที่มีมากมาย ซึ่งสถานที่ที่มีสถานปัตยกรรมที่สวยงานเหล่านี้ ได้รับเลือกจาก องค์การ UNESCO ให้เป็นเมืองมรดกโลกถึง 12 แห่งด้วยกัน ซึ่งยังมีอีกหลายๆ เมืองที่ยังอยู่ในขั้นตอนการคัดสรรค์


เบอร์โน Brno เป็นเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศสาธารณรัฐเช็ก (รองจากกรุงปราก เมืองหลวงของประเทศ) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ ถูกค้นพบใน ค.ศ.1243 มีประชากรประมาณ 405,337 คน เบอร์โนเป็นเมืองหลวงของเขตเซาท์มอเรเวีย นอกจากนี้ Villa Tugendhat ในเมืองเบอร์โนได้รับการจดทะเบียนเป็นมรดกโลก เบอร์โนเป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยมาซาริคและมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเบอร์โน


เชสกีกรุมลอฟ Český Krumlov เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็ก มีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมและศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทกรุมลอฟ ซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลก
ชื่อเมืองเชสกีกรุมลอฟ ("กรุมลอฟโบฮีเมีย") นี้ตั้งขึ้นเพื่อแยกความแตกต่างจากเมืองมอรัฟสกีกรุมลอฟ (Moravský Krumlov, "กรุมลอฟมอเรเวีย") ที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศ


โฮลาโซวิเซ่ เป็นหมูบ้านแห่งวัฒนกรรมตั้งแต่สมัย คริสตศตวรรษ ที่ 13 เป็นหมูบ้านที่ตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้นโบฮีเมีย ในสถาปัตยกรรมแบบ บาร็อคในชนบทอย่างแท้จริง โรงนา 22 แห่งที่มีการทาสีในแบบบาร็อคตั้งอยู่ทั่วไปบริเวณแหล่งน้ำจืดของหมู่บ้านทำให้บริเวณนี้เป็นแหล่งอุตสาหกรรมประมงที่มีชื่อเสียง ซึ่งยังทำให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นอนุสาวรีย์มีชีวิตอีกด้วย


โครเมอริส ตั้งอยู่บนพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโมราวา บนเชิงเขา Chriby ซึ่งเป็นศูนย์กลางของแคว้น โมราเวีย สวนและปราสาทของเมืองโครเมอริสเป็นสวนและที่อยู่อาศัยของเชื้อพระวงศ์ในแบบบาร็อคยุโรป ที่ได้รับการดูแลและสมบูรณ์ ที่สุดแห่งหนึ่ง

 
ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.