ข้อมูลท่องเที่ยวเวียดนาม

เวียดนาม (Vietnam) หรือชื่อทางการคือ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) เวียดนามเป็นประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีพรมแดนติดกับประเทศจีน ทางทิศเหนือ ประเทศลาว และประเทศกัมพูชา ทางทิศตะวันตก และอ่าวตังเกี๋ย ทะเลจีนใต้ ทางทิศตะวันออกที่มาของชื่อประเทศเวียดนาม คำว่า "เวียด" เป็นมาจากภาษาจีน แปลว่า ไกลออกไกล หรือ เดินทางผ่านไปคำว่าเวียดหมายถึงประเทศหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากจีนและฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆ ส่วน "นาม" แปลว่า ทิศใต้ ดังนั้นชื่อเวียดนามชื่อว่าดินแดนทางตอนใต้ของชาวเวียด หรือ ดินแดนที่ชาวเวียดนามอาศัยอยู่ชาวเวียดนามเป็นเผ่าที่รู้จักกันมาแต่โบราณ เป็นพวกที่ชอบล่าสัตว์และอพยพโยกย้ายถิ่นฐานอยู่เสมอประวัติศาสตร์อันยาวนานของผู้บุกรุกชาวต่างชาติ ได้เรียกชื่อเวียดนามไปต่างๆมากมายหลายชื่อนับตั้งแต่ พ.ศ. 1835 มาร์โคโปโลได้แล่นเรือเรียบชายฝั่งเวียดนามได้บันทึกว่า เกากิกุ (Caugigu)เรียกว่า ยาวจิกวาน (Giao Chi Quan) ชาวมาเลย์ เรียกว่า กุตชิ (Kutchi) ชาวญี่ปุ่น เรียกว่า ก็อตซิ (Kotchi)ต่อมาในยุคล่าอาณานิคมฝรั่งเศสเรียกชื่อส่วนที่เป็นประเทศเวียดนามในคาสมุทรอินโดจีนว่า "แคว้นตังเกี๋ย อานนาม และ โคชินไซน่า"


สถานที่ท่องเที่ยว
1. ฮาลองเบย์(Halong Bay) หนึ่งในมรดกโลกของเวียดนาม(UNESCO World Heritage Site) อ่าวแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 1,553 ตารางกิโลเมตร ประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่ประมาณ 1,960 เกาะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเกาะหินปูนซึ่งก่อตัวมาตั้งแต่เมื่อ 500ล้านปีที่แล้ว อ่าวฮาลองยังเป็นต้นกำเนิดของดอกไม้และพืชพันธุ์กว่า 60 ชนิดที่พบได้เฉพาะที่นี่ ในปี 1962, กระทรวงการท่องเที่ยวของเวียดนามได้จัดให้อ่าวฮาลองเป็นเขตพื้นที่อนุรักษ์ และในปี 1994 องค์การ UNECO ได้ประกาศให้อ่าวแห่งนี้เป็นมรดกโลก ทุกวันนี้อ่าวฮาลองเป็นพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวให้ความสนใจมากที่สุดแห่งหนึ่งในเวียดนาม และถูกจัดให้เป็นอ่าวที่สวยงามที่สุดเป็นอันดับที่ 33 ของโลกอีกด้วย


2. ฮอยอัน(Hoi An) เป็นเมืองเล็กๆ บนชายฝั่งทะเลจีนใต้ทางตอนใต้ของเวียดนาม มีประชากรประมาณ 120,000 คน ในเมืองฮอยอันเคยมีท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชื่อว่า Lâm Ấp Phố (Champa City) ในระหว่างศตวรรษที่ 7 และ 10 เมือง Champa เป็นเส้นทางการค้าเครื่องเทศที่สำคัญ ในปี 1999 เมืองเก่าแก่แห่งนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองมรดกโลก (UNESCO World Heritage Site) และเป็นเมืองท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวนิยมเที่ยวเดินทางแบบแบ็คแพ็ค นักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากนิยมมาซื้องานศิลปะและงานหัตถกรรม อินเตอร์เน็ตคาเฟ่,บาร์และภัตตาคารหลายแห่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ฮอยอันยังมีชื่อเรื่องก๋วยเตี๋ยว cao lầu ที่หาสามารถหาทานได้ที่นี่ที่เดียว รวมไปถึงมีชื่อเสียงเรื่องการทำโคมไฟที่เป็นเอกลักษณ์


3. ฮานอย เมืองหลวงของประเทศเวียดนาม มีประชากรประมาณ 4,100,000 คน (พ.ศ. 2547) ในอดีตเคยเป็นเมืองหลวงของเวียตนามเหนือระหว่าง พ.ศ. 2497 ถึง พ.ศ. 2519 และก่อนหน้านั้นเคยเป็นเมืองหลวงของพื้นที่เวียตนามในปัจจุบันเป็นครั้งคราวตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 จนถึง พ.ศ. 2345 ฮานอยตั้งอยู่บนฝั่งขวาของแม่น้ำแดง อุตสาหกรรมในเมืองคือเครื่องจักร, ไม้อัด สิ่งทอ, สารเคมี และงานหัตถกรรม ฮานอยตั้งอยู่ที่ 21°2' หรือ 105°51' ตะวันออก เมื่อวันที่29 พฤษภาคม 2551 ได้มีการขยายเขตกรุงฮานอยไปอีก โดยครอบคลุมบริเวณมากกว่าเดิมถึง 3 เท่า เพื่อรองรับการเติบโตของเมือง และเมื่อถึงเดือนตุลาคม 2553 ก็จะครบวาระ 1000ปีการสถาปนาเมือง"ฮานอย" หมายถึงตอนต้นของแม่น้ำ ตั้งอยู่ตอนต้นอยู่บนลุ่มแม่น้ำแดง ปฐมกษัตริย์ราชวงศ์ลี้สถาปนาขึ้นเป็นเมืองหลวงในปี พ.ศ. 1553 โดยใช้ชื่อว่า "ทังลอง" แปลว่า "มังกรเหิน" จนกระทั่ง พ.ศ. 2345 กษัตริย์ราชวงศ์เหงียนได้ย้ายเมือหลวงไปอยู่เมือง "เว้" เมื่อตกเป็นส่วนหนึ่งของอินโดจีนของฝรั่งเศส ฮานอยจึงกลับมาเป็นเมืองหลวงอย่างเป็นทางการอีกครั้งใน พ.ศ. 2430 ภายหลังได้รับเอกราชในปี พ.ศ. 2489 ดินแดนเวียดนามแยกออกเป็นสองประเทศ โดยฮานอยเป็นเมืองหลวงของเวียดนามเหนือ เมื่อรวมประเทศใน พ.ศ.2519 จึงเป็นเมืองหลวงหนึ่งเดียวของเวียดนามในปัจจุบัน


4. ประตูเฮียนยาน ทางฝั่งเหนือของแม่น้ำคือที่ตั้งของพระราชวัง ซึ่งเป็นศูนย์กลางของย่านประวัติศาสตร์ โบราณสถานและวัดสำคัญส่วนใหญ่ในเมืองเว้จะตั้งอยู่ในบริเวณนี้ ทางฝั่งใต้ของแม่น้ำจะเป็นเมืองใหม่ ซึ่งมีย่านธุรกิจและที่พักอาศัยมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวในเมืองเว้ส่วนใหญ่จะเป็นป้อมปราการ พระราชวังหลวง และสุสานจักรพรรดิ หมู่โบราณสถานในเมืองเว้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2536 เมืองเว้เป็นเมืองที่เงียบสงบและน่าค้นหา มีบุคคลที่มีชื่อเสียงจำนวนมากเกิดที่เมืองนี้ หรือได้เคยมาเยือนเมืองนี้ ปัจจุบันเว้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของเวียดนาม


  5. นครโฮจิมินห์ หรือ โฮจิมินห์ซิตี (Thành phố Hồ Chí Minh, Ho Chi Minh City ตัวย่อ HCMC) หรือชื่อเดิม ไซ่ง่อน (Saigon) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศเวียดนาม ตั้งอยู่บริเวณสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขงไซ่ง่อน ในอดีตเคยเป็นเมืองในการปกครองของเขมรมาก่อน ต่อมาเมื่อแยกเป็นประเทศเวียดนาม ไซ่ง่อน เป็นเมืองหลวงของเวียดนามใต้ เมื่อเวียดนามเหนือยึดได้จึงเปลี่ยนชื่อเป็น โฮจิมินห์ซิตี ตามชื่อผู้นำเวียดมินห์ คือ โฮจิมินห์


6. หุ่นกระบอกน้ำ เป็นการแสดงหุ่นกระบอกของเวียดนาม มีการแสดงเฉพาะที่ฮานอย ในโรงละครริมทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่างใช้ผู้เชิดอยู่หลังมู่ลี่ไม้ไผ่ที่มีการพรางไว้ ตัวหุ่นเชิดจะอยู่ที่ปลายไม้ที่ยาวพอที่จะยื่นออกมานอกฉากที่ผู้เชิดบังคับ มีกลไกบังคับมือหรืออวัยวะของหุ่นที่ทำจากไม้ฉำฉาที่เบาและพยุงน้ำหนักเมื่ออยู่ในน้ำ และการเชิดต้องไม่ให้เห็นไม้บังคับหุ่น จึงทำให้ดูเหมือนหุ่นมีลีลาของตนเองโรงละครหุ่นกระบอกน้ำ (Municipal Water Puppets) • ที่ตั้ง : ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบฮว่านเกี๋ยม บนถนนดิงห์เตียมฮว่าง (Pho Dinh Tien Hong) ค่าเข้าชมละครหุ่นกระบอกน้ำ 20,000 และ 40,000 ดอง เปิดการแสดงวันละหลายรอบ การแสดงหุ่นกระบอกน้ำของเวียดนาม ถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาติทีเดียวและกำลังจะสูญหายไปจากโลก การแสดงหุ่นกระบอกน้ำเริ่มต้นบริเวณดินดอนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำโขง จากการที่บริเวณนี้มีน้ำท่วมทุกปีจึงให้เกิดแรงบันดาลใจให้คิดค้นการละเล่นเพื่อสร้างความบันเทิงระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน• สำหรับนักแสดงหุ่นกระบอกน้ำ ผู้แสดงจะอยู่หลังฉากซึ่งมีระดับน้ำสูงถึงเอว เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหวของหุ่นโดยใช้ไม้ไผ่ลำยาว แต่เทคนิคการเชิดจะได้รับการรักษาไว้เป็นความลับ เรื่องราวก็เกี่ยวกับวีถีชีวิต ประเพณี ความเชื่อของชาวเวียดนาม ชวนให้ติดตามมาก

 
ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.