ข้อมูลท่องเที่ยวเกาหลีใต้

 สาธารณรัฐเกาหลีใต้ (อังกฤษ: Republic of Korea; ฮันกึล: 대한민국; ฮันจา: 大韓民國) หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า เกาหลีใต้ (อังกฤษ: South Korea) เป็นประเทศในเอเชียตะวันออก มีพื้นที่ครอบคลุมส่วนใต้ของคาบสมุทรเกาหลี พรมแดนทางเหนือติดกับประเทศเกาหลีเหนือ มีประเทศญี่ปุ่นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้โดยมีทะเลญี่ปุ่นและช่องแคบเกาหลีกั้นไว้

ในภาษาเกาหลีอ่านชื่อประเทศว่า แดฮันมินกุก (อักษรฮันกึล: 대한민국; อักษรฮันจา: 大韓民國) โดยเรียกสั้น ๆ ว่า ฮันกุก (한국) ที่หมายถึงคนชาวฮั่นหรือคนเกาหลี และบางครั้งจะใช้ชื่อว่า นัมฮัน (남한) ที่หมายถึง ชาวฮั่นทางใต้ ส่วนชาวเกาหลีเหนือจะเรียกเกาหลีใต้ว่า นัมโชซอน (남조선) ที่หมายถึง โชซอน

การแบ่งเขตการปกครอง
ประเทศเกาหลีใต้ได้แบ่งเขตการปกครอง ออกเป็น 8 จังหวัด 1 จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ 6 มหานคร และ 1 นครพิเศษ


นครพิเศษ
1. โซล/ซออุล

   มหานคร
2. พูซาน
3. แทกู
4. อินชอน
5. กวางจู
6. แทจอน
7. อุลซาน


จังหวัด
8. คยองกี
9. คังวอน
10. คยองซาบุก
11. คยองซานัม
12. ชอลลาบุก
13. ชอลลานัม
14. ชุงชองบุก
15. ชุงชองนัม

   จังหวัดปกครองตนเองพิเศษ
16 . เชจู

   ภูมิศาสตร์
ตั้งอยู่ที่ ละติจูดที่ 33-39 องศาเหนือ ลองจิจูดที่ 125-131 องศาตะวันออก 70% ของประเทศเป็นภูเขา

   เศรษฐกิจ
เป็นประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด เป็นประเทศกำลังพัฒนาขั้นสูง

การเพาะปลูก : พืชสำคัญได้แก่ ข้าวเจ้า ข้าวบาร์เลย์ แอปเปิ้ล มันฝรั่ง ถั่วเหลือง ข้าวสาลี
การเลี้ยงสัตว์ : สัตว์เลี้ยงสำคัญได้แก่ สุกร โค สัตว์ปีก และตัวไหม
การประมง    : ผลผลิตทางการประมงของเกาหลีใต้มีเหลือใช้ในประเทศจนสามารถส่งเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอย่างหนึ่ง เกาหลีใต้สามารถจับปลาได้เป็นอันดับ 10 ของโลก(อันดับ 9 คือประเทศไทย)
การทำเหมืองแร่ : เกาหลีใต้ขาดแคลนถ่านหินและน้ำมันปิโตรเลียม แต่มีแร่ธาตุอื่นๆอีกหลายชนิด ได้แก่ แกรไฟต์ ดินเกาลิน และทังสเตน
อุตสาหกรรม : อุตสาหกรรมในเกาหลีใต้ส่วนใหญ่จะเป็นอุตสากรรมเบา ผลผลิตทางอุตสาหกรรมได้แก่  เครื่องใช้ไฟฟ้า สิ่งทอ ปิโตรเคมี และเรือเดินสมุทร

  เครื่องแต่งกายประจำชาติของเกาหลี
ชาวเกาหลีมีชุดประจำชาติตั้งแต่สมัยโบราณ เรียกว่า ฮันบก (ฮันหมายถึงชาวเกาหลี บกหมายถึงชุด รวมกันหมายถึงชุดของชาวเกาหลี) ฮันบกทั้งของผู้หญิงและผู้ชายมีลักษณะหลวมๆ เพื่อความสะดวกสบายและคล่องแคล่วไม่ใช้กระดุมหรือตะขอ แต่จะใช้ผ้าผูกไว้แทน ชุดของผู้ชาย ข้างล่างประกอบด้วย "ปันซือ" แต่สมัยใหม่เรียกว่า "แพนที" ซึ่งหมายถึงกางเกงใน ชั้นนอกสวม "บาจี" เป็นกางเกงขายาวหลวมๆรวบปลายขาไว้ด้วย "แทมิน" เป็นแถบผ้าใช้มัดขากางเกง"บันโซเม" เป็นเสื้อรัดรูปแขนสั้นไว้ข้างใน เสื้อนอกเรียกว่า "จอโกลี" เป็นเสื้อแขนยาวไม่มีปกไม่มีกระเป๋าชุดของผู้หญิง ประกอบด้วย "แพนที" หรือกระโปรงที่อยู่ข้างใน ข้างบนใช้ "ซ็อกชีมา" เป็นแถบผ้าขนาดใหญ่ ใช้มัดทรวงอกไว้แทนเสื้อยกทรง ข้างนอกสวม "ชีมา" เป็นกระโปรงยาวกรอมเท้า สวมเสื้อ "จอโกรี" เป็นเสื้อนอกแขนยาว ฮันบกเป็นภาพรวมศิลปะของเกาหลีที่สามารถพบเห็นได้ตามท้องถนนของเกาหลี ราวกับถนนสายแฟชั่นของปารีส ฮันบกชุดแต่งกายประจำชาติของเกาหลีทำจากผ้าสีสันสดใส เนื้อผ้าจะขึ้นอยู่กับโอกาสและวัยของผู้ใส่ เด็กหญิงหรือหญิงสาวจะสวมกระโปรงสีแดงเสื้อสีเหลืองจะเปลี่ยนเป็นกระโปรงสีแดง เสื้อสีเขียวเมื่อแต่งงานแล้ว ส่วนหญิงสูงอายุอาจเลือกสีสันต่างๆ ที่สดใส และเลือกใช้เนื้อผ้าได้หลากหลายปัจจุบันชุดแต่งกายวัฒนธรรมเดิมจะใช้เฉพาะโอกาสพิเศษเท่านั้น แต่ตามถนนหนทาง และรถไฟใต้ดินจะยังคงเห็นผู้คนสวมใส่กันอยู่บ้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุยังคงสวมใส่ชุดฮันบกอยู่


สถานที่ท่องเที่ยว
อุทยานแห่งชาติ โซรัคซาน seoraksan national park หรือ สวิสเซอร์แลนด์ของเกาหลี นั่ง CABLE CAR ความยาวกว่า 1,100 เมตร ขึ้นชมทิวทัศน์ และบรรยากาศที่เต็มไปด้วยหุบเขา ลำธารและ พันธ์ไม้อันสวยงาม อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน จัดได้ว่าเป็นแนวเขาที่สวยงามมากที่สุด แห่งหนึ่งในเกาหลีซึ่งประกอบด้วย โอซอรัก เนซอรัก และนัมซอรัก เทือกเขาแนวนอกแนวใน และแนวใต้ มีหุบเขาที่มีดอกไม้บานสะพรั่ง ทั้งฤดูใบไม้ผลิ และ ใบไม้ร่วง และนำท่านมัสการพระที่วัดชินฮึงซา (SHINHEUNGSA TEMPLE) ตั้งอยู่ที่โซคังวอน พื้นที่โดยรอบโซคังวอนเป็นสมบัติของวัดชินฮึงซา เป็นสถานที่ที่นิยมมาเดินเล่น เดินแค่ประมาณ 10 นาทีจากสถานที่ขายตั๋วที่โซคงวอนเพื่อเข้าไปที่ห้องโถงในวัดแห่งนี้ ตามประวัติแล้วแต่ก่อนเป็นสาขาหนึ่งของวัดคอนบงในปี 1912 และกลายเป็นวัดหลักที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ในปี 1971 เป็นวัดในสมัยราชวงศ์ชิลลา ค้นพบโดยนักบวชจาซาง ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อวัดแห่งนี้ด้วย เป็นสถานท่องเที่ยวในบริเวณภูเขาซอรักซาน ที่สร้างความประทับใจให้แก่นักท่องเที่ยวเป็นอันมาก และที่อุทยาน แห่งชาติโซรัคซาน เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามที่สุด ซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วทั้งสารทิศ ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวของเกาหลีเอง หรือนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ“อุทยานแห่งชาติซอรัคซาน” หรือสวิตเซอร์แลนด์เกาหลี ภูเขาซอรัคซานมีความงามเฉพาะตัวตลอดปีอยู่แล้ว แต่ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นช่วงที่งดงามที่สุด นักท่องเที่ยวจะชอบเดินทางกันในช่วงนี้ เพื่อชมความงามของใบไม้สีต่างๆ ประมาณเดือนตุลาคม ทั่วทั้งบริเวณใบไม้จะกลายเป็นสีแดงและสีเหลืองประเทศเกาหลีมีธรรมชาติอันแสนงดงามในทุกฤดูจนเป็น ที่นิยมในการใช้เป็นฉากในการถ่ายทำละครหลายเรื่องด้วยกัน เต็มไปด้วยขุนเขาซึ่งอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้ สายน้ำ และลำธาร ให้ได้เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศที่งดงามสองข้างทาง พลาดไม่ได้ ไปนมัสการเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ ที่หันหน้าสู่ประเทศญี่ปุ่น เป็นสัญลักษณ์แห่งสันติสุข ที่วัดนักซานซาอุทยานแห่งชาติ โซรัคซาน ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นภูเขาสี่ฤดู เขาโซรัคหรือภูเขาหิมะ ตั้งอยู่ใจกลางภูเขาแทแบคซึ่งทอดยาวไปถึงเขาคึมคังของ ประเทศเกาหลีเหนือมีเทือกเขา ป่าไม้ หุบเขา สายน้ำ ทะเลสาบ หินรูปร่างต่าง ๆ ที่สวยงามซึ่งเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ พร้อมนมัสการพระพุทธรูปปรางสมาธิ องค์มหึมาตั้งอยู่กลางแจ้งสร้างขึ้นเพื่อ สวดอ้อนวอนให้คาบสมุทรเกาหลีได้รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และเดินข้ามสะพานชำระจิตใจ เพื่อไปยังวัดชินฮันซาวัดเก่าแก่กว่าพันปี สร้างในสมัยอาณาจักรชิลล่า และยังมีระฆังอันเก่าแก่ 1400 ปี ตั้งอยู่ภายใน มีบริการกระเช้าไฟฟ้าขึ้นชมวิวที่ควังคึมซอง
 

วัดพอมอซา (Beomeosa)

   วัดสำคัญบนปลายเขาทางตอนเหนือของพูซาน และเป็นวัดสำนักงานใหญ่ของนิกายทยานา (Dyana) วัดพอมอซาสร้างขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 678 แต่ถูกทำลายลงโดยกองทัพญี่ปุ่น กระทั่งมีการบูรณะใหม่ในปี 1613

 

Caribbean Bay สวนน้ำแคริปเบี่ยนเบย์

   อยู่ติดกับสวนสนุก Everland ที่นี่จัดเป็นสวนน้ำที่ใหญ่ที่สุด และที่สำคัญมีรายการทีวีมาถ่ายทำบ่อยๆ อย่างที่เรามักเห็นในรายการดังๆ ถ้ามีเวลาก็แวะมาเล่นก็ได้ที่นี่มีทั้ง Indoor ปรับอุณหภูมิและ Outdoor


 

สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland)

   สวนสนุกเอเวอร์แลนด์ (Everland) อยู่ที่เมือง Yongin (ยงอิน) ทางใต้ของกรุงโซลเป็นสวนสนุกกลางแจ้งของประเทศเกาหลีใต้ สวนสนุกนี้ถูกขนานนามว่า ดิสนีย์แลนด์เกาหลี เป็นสวนสนุกกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยมีบริษัทซัมซุงเป็นเจ้าของ ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขา ท่านจะได้นั่งกระเช้าลิฟท์ และท่องไปกับโลกของสัตว์ป่าซาฟารี ชมไลเกอร์ (สิงโตผสมกับเสือ) แฝดคู่แรกของโลก ที่นี่ท่านจะพบว่าเจ้าป่าสิงโต และเสือสามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเป็นสุข ชมความน่ารักของหมีที่ สามารถสื่อสารกับคนขับรถได้เป็นอย่างดี เข้าสู่ดินแดนแห่งเทพนิยาย สวนสี่ฤดู ซึ่งจะปลูกดอกไม้เปลี่ยนไปตามฤดูกาลและสนุกกับเครื่องเล่นนานาชนิด อาทิเช่น สเปสทัวร์ รถไฟเหาะ หนอนสะบัด ชมกิจกรรมและการแสดงต่าง ๆ ที่จัดตามตารางประจำวัน ด้วยบัตรเข้าชมแบบ Big 5 ชอบปิ้งในร้านค้าของที่ระลึกและ Outlet


ทะเลสาปชงจู ตั้งอยู่ในเมืองชงจู พื้นที่เป็นเกษตรกรรม โดยมีพื้นที่ครอบคลุมประมาณ 983.73 กม. มีประชากรประมาณ 220,000 คน มีแหล่งท่องเที่ยวและความงามหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นสถานที่อาบน้ำแร่ วนอุทยานแห่งชาติวอรัค สถานที่ประวัติศาสตร์ สนามกอล์ฟ ตกปลา เป็นต้น สถานที่ล่องเรือมีหลายจุด ทะเลสาปชงจูแห่งนี้ ทางรัฐบาลเกาหลีสร้างขึ้นเพื่อใช้เก็บกักน้ำไว้ใช้ในหน้าแล้ง โดยน้ำในนี้เป็นส่วนหนึ่งของ แม่น้ำนัมฮัน ปกติจะจุน้ำได้ประมาณ 30,000 ลูกบาศก์เมตร มีความลึกประมาณ 40 - 60 เมตรแล้วแต่ฤดู สังเกตได้จากระดับหิน ส่วนที่ลึกที่สุดประมาณ 130 เมตร น้ำในทะเลสาปจะไหลลงสู่
แม่น้ำฮัน ใน กรุงโซล ซึ่งเทศบาล กรุงโซล จะใช้น้ำส่วนนี้ไปทำน้ำประปาใช้ การล่องเรือชมวิวที่ยาวที่สุดคือเส้นทางทางชงจูสู่ ทันยาง ระยะทางกว่า 52 กม. ท่านจะได้สัมผัสกับความงามที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะแม่น้ำที่ใสสะอาด หินรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อหลายพันปีที่แล้วตามคำกล่าวของท่าน อีหวั่น และชมสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของ ทันยางทะเลสาบชงจู (Chung ju) เป็นทะเลสาบธรรมชาติ ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาหลี รองจากทะเลสาบโซยัง มีความยาวประมาณ 78 กิโลเมตร รอบ ๆ ทะเลสาบมีหน้าผาหินรูปร่างต่าง ๆ เป็นความงดงามที่ธรรมชาติได้สร้างสรรค์ไว้เมื่อหลายพันปีที่แล้ว ที่โดดเด่นที่สุดได้แก่หน้าผาไผ่สวรรค์ ที่มีรูปร่างคล้ายกอไผ่มีสีเขียว จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์อันดับหนึ่งของเมืองทันยาง นอกจากนี้ก็มีหน้าผารูปเต่า หินรูปปลาวาฬ หินหน้าคน หินรูปนิ้วโป้ง หรือที่คนเกาหลีเรียกว่า “ตาบอง”นอกจากนี้ยังมีสุสานของทูยัง เจ้าของตำนานรักต่างชนชั้นกับอีหวั่น กวีและนักปกครองคนสำคัญของเกาหลี ใช้เวลาในการล่องเรือชมความงามในทะเลสาบ


National Folk Museum of Korea พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีที่เมืองซูวอน
ในอดีตสถานที่แห่งนี้คือสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองในสมัย ราชวงศ์โชซอน การเข้ามาเที่ยวที่หมู่บ้านวัฒนธรรม เกาหลี จึงมอบประสบการณ์พิเศษ คุณจะได้เห็นทั้งบ้านเรือน สถานที่ราชการ ร้านยา โรงเรียน โรงตีเหล็ก หรือแม้แต่จวนของข้าราชการชั้นสูง นอกจากนี้ยังมีตลาดโบราณที่ขายอาหารพื้นเมืองที่น่าลิ้มลองอย่าง ต๊อก (เค้กข้าว) และจานอร่อย ๆ อื่น ๆด้านหน้าพิพิธภํณฑ์จะมีวัดขนาดใหญ่ ทางเดินสองข้างทางประกอบด้วยไม้แกะสลักเป็นผีสางเทวดาที่คอยเฝ้ารักษา เหมือนผีบ้านผีเรือนที่คอยคุ้มครองเจ้าของบ้านพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเกาหลีใต้ หรือ National Folk Museum of Korea เป็นพิพิธภัณธ์ที่แสดงวิถีชีวิตพื้นบ้านดั้งเดิมของชาวเกาหลีใต้ในช่วงราชวงศ์โจวชอน เช่น การแต่งกายของราชวงศ์ต่างๆ การทำนา การทำสวน การทำกิมจิ วัตถุโบราณต่างๆ มากมาย ซึ่งทำให้เราเข้าใจรากเหง้าของชาวเกาหลีมากขึ้นมาบริเวณแห่งนี้แล้ว ระหว่างทางเดินทางไปพระราชวังเคียงบอก ก็อย่าลืมเลยไปยังอนุเสาวรีย์สันติภาพของชาวเกาหลี ซึ่งสร้างเป็นประติมากรรมนกฟินิกซ์ ซึ่งสร้างอยู่ในวงเวียนอยู่สุดขอบถนน ฉากหลังก็เป็นภูเขาหินแกรนิตตั้งตระหง่านอยู่อย่างน่าเกรงขาม ส่วนถนนที่เข้าสู่พระราชวังแห่งนี้ เรียกว่า ถนนเซจองโน เป็นถนนที่เขาห้ามถ่ายภาพ โดยเฉพาะจุดที่ผ่านทำเนียบผู้นำเกาหลีใต้ เขาตรวจอย่างเข้มงวด อย่าคิดว่าจะรอดพ้นสายตาเจ้าหน้าที่ไปได้ เหตุที่เขาต้องระวังมาก เพราะเกรงว่าสายลับเกาหลีเหนือจะแฝงตัวมาในคราบนักท่องเที่ยว เข้ามาเพื่อถ่ายภาพนำไปเป็นข้อมูลทางการทหาร


 

YONGBOK PALACE-NATIONAL FOLKLORE MUSEUM-PASSBY THE PRESIDENTIAL PALACE, BLUEHOUSE

   พระราชวังเคียงบ๊อก พิพิธภัณท์พื้นบ้านพระราชวังเคียงบ๊อกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์ บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์เมื่อสมัย600ปีก่อนเยี่ยมชมท้องพระโรงพลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติเกาหลีในอดีต ตลอดจนผ่านชม ทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบันสุดปลายทางด้านเหนือของ ถนนเซจองโน เราจะเห็น พระราชวังเคียงบกคุง ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือ พระราชวังเคียงบกคุง ที่เก่าแก่ที่สุดของราชวงศ์โซซอน ซึ่งคุณจะได้ซึมซับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของชาวเกาหลี อย่างลึกซึ้ง ในบริเวณพระราชวังนี้เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์แห่งชาติเกาหลีและ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติ ณ ที่สองแห่งนี้นักท่องเที่ยวจะได้เที่ยวชมลักษณะเด่น ๆ ทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของเกาหลี และวิถีชีวิตความเป็นอยู่ในอดีต ไม่ว่าจะเป็น พระที่นั่งคึนจองจอน ศาลาเคียงฮวยรู ซึ่งตั้งอยู่กลางสระ ศาลายางวอนจอง หรืออาคารสิ่งปลูกสร้างอื่นหลายอาคาร ล่วนแล้วแต่แสดงถึงสถาปัตยกรรมอันงดงามและแวดล้อมด้วยทัศนียภาพเขียวขจีของสวนอันน่าอภิรมย์ประตูจอนชุมมุน เเป็นประตูด้านตะวันออกของพระราชวัง จะเปิดออกสู่ ถนนซัมจองดองกิล ที่มีร้านขาย ฮันบก (ชุดประจำชาติ) และหอแสดงศิลปะหลายแห่ง ทางด้านเหนือสุดของถนนซัมจองดองกิล ซึ่งยาวออกไป 1 กม. ผ่านด้านหน้าของทำเนียบ ชองวาแด อันครึ้มไปด้วนต้นไม้ใหญ่ ซึ่งแผ่กิ่งก้านมาบรรจบกันตรงกลางถนนและมีสวนหย่อมตกแต่งงดงามอยู่ข้างทางหลายแห่ง จึงเป็นที่ที่จะเดินเล่นได้อย่างสบายอารมณ์ พอไปถึงปลายถนนเราก็จะเห็นสวน โรสออฟเชรอน และหอประชุมชุมชน เฮียวจาดองซารางบาง ซึ่งแสดงของกำนัลต่าง ๆ ที่ประธานาธิบดีคนก่อน ๆ ของเกาหลีได้รับและประวัติโดยละเอียดของกรุงโซลประวัติของพระราชวัง สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1394 เพื่อเป็นพระราชวังหลักของราชวงค์โชซอน อันเป็นราชวงศ์ที่สถาปนาขึ้นโดยกษัตริย์ แทโจ ในจำนวนพระราชวังทั้ง 5 ที่สร้างขึ้นในราชวงศ์นี้ พระราชวังเคียงบกคุง ถือเป็นพระราชวังที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุด

 

เกาะนามิ

   เกาะโรแมนติดที่ดังมาจากหนังเกาหลีอย่าง Winter Sonata หรือ Winter Love Song ตั้งอยู่ใน เมืองชุนชอน จังหวัดคังวอน เป็นเกาะกลางแม่น้ำ มีรูปร่างเหมือนใบไม้ลอยน้ำ เป็นเกาะสำหรับคู่รัก ที่มีไฮไลต์อยู่ที่ถนนสองฟากเป็นต้นสนสูงทอดแนวยาว ให้ความรู้สึกสุดโรแมนติก อีกทั้งยังมีศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร นอกจากนี้ยังศูนย์นิทรรศการจัดแสดงรายละเอียดสถานที่ถ่ายทำละคร และบนเกาะนี้ยังมีกิจกรรมสนุก ๆ เช่น ขี่จักรยาน สกีน้ำ พายเรือ สนามเด็กเล่น สนามฟุตบอล สนามเทนนิส สระว่ายน้ำ เล่นเลื่อนหิมะ และชม ฟาร์มนกกระจอกเทศ ห่างจากกรุงโซลเพียง 63 กิโลเมตร ณ ที่แห่งนี้ท่านสามารถคารวะ สุสานนายพลนามิ ซึ่งเป็นเจ้าของเกาะ เช่าจักรยานเที่ยวรอบเกาะ ดื่มด่ำกับธรรมชาติ แมกไม้ ทิวสน ต้นเกาลัด และถ่ายรูปคู่กับรูปปั้น พระเอกนางเองเรื่อง Winter Love Song เพลงรักในสายลมหนาวด้านในของเกาะยังคงสภาพให้นักท่องเที่ยวชมกับธรรมชาติของเกาะ จัดเป็นที่ท่องเที่ยวตามรอยซี่รี่ย์เกาหลีชื่อดัง มีร่องรอยของหิมะปกคลุมไปทั่ว ได้บรรยากาศดีแท้เลย เราต้องจ่ายเงินค่าเข้ามา 5,000 won รวมค่าเรือไป-กลับเกาะด้วย

 

ป้อมฮวาซอง

   ที่ตั้งตะหง่านอยู่นี้มีอายุกว่า 200 ปีแล้ว ย้อนอดีตกลับไปป้อมแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าชองโจ กษัตริย์องค์ที่ 22 แห่งราชวงศ์โชซอน พระองค์ทรงต้องการสร้างป้อมแห่งนี้ขึ้นมาเพื่อต้องการย้ายหลุมศพของพระบิดา Sado Seja จากภูขาBeabongson มาที่ Hwaseong ในซูวอน และต้องการสร้างเมืองหลวงขึ้นมาใหม่ เพื่อเสริมความยิ่งใหญ่ของความเป็นกษัตริย์ป้อมฮวาซองนี้เริ่มต้นสร้างในปี ค.ศ.1794 และมาเสร็จในปีค.ศ.1796 ซึ่งในการในการสร้างป้อมแห่งนี้ได้ใช้วิทยาการการก่อสร้างระหว่างวิธีของชาวตะวันตก และ วิธีของชาวตะวันออกผสมผสานเข้าด้วยกัน คือมีการใช้ทั้งหิน ปูนและก้อนอิฐ มาสร้างร่วมกันเป็นส่วนประกอบของป้อมและกำแพง และได้มีการใช้ปั้นจั่นเป็นครั้งแรกในการก่อสร้าง ซึ่งถือว่าทันสมัยสุดๆ ในยุคนั้นทำให้โครงสร้างของป้อมนั้นมีความมั่นคงและแข็งแรงเป็นอย่างมากตัวป้อมฮวาซองนี้ถูกสร้างทอดตัวยาวไปตามแนวไหล่เขาและที่ราบ โอบล้อมเมืองซูวอนไว้เป็นรูปวงไข่ขนาดใหญ่ หรือบ้างก็ว่าดูเหมือนรูปดอกไม้ โดยมีความยาวถึง 5.5 กิโลเมตร ป้อมฮวาซองนี้จะมีป้อมต่างๆ ตั้งเรียงรายอยู่ตามแนวกำแพงอยู่กว่า 50 ป้อม แต่ปัจจุบันเหลืออยู่เพียง 48 ป้อม เพราะบางส่วนถูกทำลายไปเมื่อสมัยญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง และสมัยเกิดสงครามเกาหลีการที่จะเดินเที่ยวป้อมฮวาซองจนทั่วนั้นอาจจะต้องใช้เวลาเดินกินเวลาและแรงกายหลายชั่วโมงอยู่ ฉะนั้นฉันเลยขอแค่เดินชมตามแนวกำแพงขึ้นไปยังป้อมใกล้ๆ หลังจากนั้นก็เลือกที่จะใช้บริการรถไฟหัวมังกรสีแดงๆ ที่มีไว้ให้นักท่องเที่ยวได้นั่งชมความงามของป้อมฮวาซองโดยรอบแบบสบายๆ กันดีกว่า รถไฟพาพวกเราวิ่งไปตามทางแนวป้อมปราการต่างๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ เพื่อที่จะได้ชื่นชมกับป้อมปราการแต่ละป้อมที่มีความยิ่งใหญ่ และดูงดงามแข็งแกร่งเป็นอย่างมากหน้าป้อมฮวาซองนั้น มีสนามยิงธนูให้นักท่องเที่ยวได้ลองยิงธนูประลองความแม่นยำกันด้วย ซึ่งการยิงธนูนี้ถือว่าเป็นกีฬาโบราณที่ชาวเกาหลีเขาได้ทำการอนุรักษ์ไว้ และเขาก็คงจะอยากให้นักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ได้สัมผัสกับการยิงธนูที่ว่านี้จะเป็นอย่างไร ซึ่งเท่าที่ฉันได้ลองยิงธนูแบบมือสมัครเล่นต้องบอกเลยว่า การยิงธนูนี่ไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เพราะคนยิงต้องมีพลังกำลังที่ดี และมีสมาธิที่ดี ที่จะปล่อยลูกธนูออกไปให้ถูกเป้าหมาย


 

หอคอยกรุงโซล ( Seoul Tower )

   โซลทาวเวอร์ ( Seoul Tower ) ตั้งอยู่บริเวณ สวนนัมซาน ( Namsan Park ) โดยมีความสูง 480 เมตรจากระดับน้ำทะเล โซลทาวเวอร์ถูกสร้างขึ้นในปี 1969 และเปิดให้เข้าชมเมื่อ ปี 1980 ในวันที่ท้องฟ้าเปิดจะมีนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปบนชั้นชมวิวหอคอยแห่งนี้เพื่อชมวิวพาโนรามาของกรุงโซล เมื่อเราขึ้นไปบนหอคอยแห่งกรุงโซลซึ่งเป็นหอสูงที่อยู่อันดับต้นๆของโลก เราจะเห็นทัศนียภาพทั้งหมดของกรุงโซล และที่บนสุดของหอคอยก็มีหอดูดาวและภัตตาคารหมุนได้รอบ มีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งโลกอันเป็นที่เก็บวัตถุโบราณ ที่หายากและมีค่ามากกว่า 20,000 ชิ้นจาก 150 ประเทศ และมีโรง ภาพยนตร์ 3 มิติด้วย นอกจากนี้ยังนำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์หมีเท็ดดี้แบร์กว่า 1,000 ตัวที่ถูกนำมาจัดเรียงไว้แล้วถ่ายทอดเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฒนธรรมและประเพณีต่างๆ และ ชมพิพิธภัณฑ์เท็ดดี้ แบร์ ที่จัดขึ้นที่โซล ทาวเวอร์ ให้ท่านได้ชมเสมือนท่านได้อยู่ที่เกาะเจจู และมีอีกอย่างนึงที่ถือว่าเป็นไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ การที่มีคู่รักเดินขึ้นไปแล้วเอากุญแจที่มีชื่อตัวเองกับคนรักเขียนแล้วนำไป ล็อคไว้ จากนั้นก็จะโยนลูกกุญแจทิ้ง…เป็นเคล็ดว่ารักเราทั้งสองคนจะอยู่ด้วยกัน ตลอดไป ไม่มีใครมาพลัดพราก

 

ล็อตเตเวิลด์ (Lotte World)

   เป็นสวนสนุกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในกรุงโซลประเทศเกาหลีใต้ พื้นที่ประกอบด้วยสวนสนุกในร่มและกลางแจ้ง และมีสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆในบริเวณสวนสนุก อาทิ การเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้ารางเดี่ยว ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านของเกาหลี รวมทั้งโรงภาพยนตร์ และพื้นที่สำหรับการกีฬา สวนสนุกในร่มของลอตเตเวิลด์เป็นสวนสนุกในร่มที่มีขนาดใหญ่ติดอันดับโลก และเคยได้รับการจัดอันดับที่ 7 ของสถานที่ท่องเที่ยวน่าดึงดูดของโลกในปี ค.ศ. 2002 สวนสนุกแห่งนี้เปิดบริการตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม พ.ศ. 2532 มีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 8 ล้านคนต่อปี

 

ไม่มีรายการสินค้าในหมวดหมู่ที่เลือก.